หงส์แดงขาดฟานไดค์ไม่ถึงขั้นลงแดง

ก่อนหน้านี้ทั้งแฟนบอลและผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลอย่างเจอร์เก้น คล็อปป์ต่างพากันกลุ้มจนหัวแทบระเบิดจากการขาดเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากจังหวะปะทะกับนายทวารของเอฟเวอร์ตันในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ที่เสมอกันไป 2-2 ก่อนที่ปราการหลังคนสำคัญของทีมชาติฮอลแลนด์จะต้องเข้ารับการผ่าตัดพร้อมทั้งยังไม่ทราบกำหนดการหวนคืนสู่สังเวียนแข้ง  แต่สุดท้ายเอาไปเอามาคล็อปป์พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการปรุงหงส์แดงได้กลมกล่อมกว่าเดิมเสียอีก

ฟาน ไดค์เข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  และตอนนี้สตาร์ดัตช์วัย 29 ปีกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้น  แต่เจ้าตัวก็คงสุดทนกับผลงานในช่วงต้นฤดูกาลที่เขารับบทกัปตันทีมกับการประเดิมศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2020 – 2021 ในแอนฟิลด์ไปแบบหืดขึ้นคอจากการเบียดชนะทีมแชมป์เดอะแชมเปี้ยนชิพอย่างลีดส์ ยูไนเต็ดไปอย่างสูสี 4-3  และอีกผลงานสุดงามไส้ที่ไม่ควรจดจำนั่นก็คือการออกไปโดนทีมเกรดต่ำกว่าอย่างแอสตัน วิลล่าถล่มจนแทบหาทางกลับแอนฟิลด์ไม่ถูกไปด้วยสกอร์มโหฬาร 2-7

อย่างไรก็ดีคล็อปป์ก็ต้องแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปก่อนรอจนกว่าฟาน ไดค์นะกลับมา  โดยเขาโยกฟาบินโญ่จากตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ  ให้ดาวเตะสารพัดประโยชน์ทีมชาติบราซิลมายืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่กับโฌแอล มาติป  แต่ยังไม่ทันไรฟาบินโญ่ก็เดี้ยงไปอีกราย  แถมโจ โกเมซยังมีอาการบาดเจ็บอย่างปริศนาติดตัวมาจากการไปร่วมซ้อมกับทีมชาติอังกฤษ  ทำให้จอมวางหมากชาวเยอรมันจำเป็นต้องดันนักเตะดาวรุ่งสลับกันมารับหน้าที่แทนไปพลาง ๆ ก่อน  และก็ทำได้ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

เมื่อฟาบินโญ่หายเจ็บกลับมาจับคู่ในแนวรับร่วมกับมาติปอีกครั้ง  หลังจากนั้นผลงานของลิเวอร์พูลก็ดีวันดีคืนด้วยการเดินหน้ากวาดชัยไป 8 นัดจาก 11 เกมในทุกรายการ  ซึ่งหงส์แดงพ่ายไปเพียงแค่ครั้งเดียวในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่มที่ถูกอตาลันต้าบุกมาคว้าชัยไปอย่างพลิกความคาดหมาย

สำหรับคู่หูคู่ใหม่ในแนวรับยามจำเป็นอย่างฟาบินโญ่กับมาติปช่วยกันสร้างผลงานในแผงหลังให้ลิเวอร์พูลอย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าชัยพร้อมคลีนชีตทั้ง 3 นัดที่เอาชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ 4-0 และถล่มอดีตแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเลสเตอร์ ซิตี้ที่ซีซั่นนี้ฟอร์มกำลังเข้าฝักจัดหนักไป 3-0  รวมไปถึงเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่มที่เปิดแอนฟิลด์เชือดขาใหญ่จากพรีเมียร์ดัตช์อย่างอาแจ๊ก อัมเตอร์ดัมไปนิ่ม ๆ 1-0