วันอาทิตย์, 20 มิถุนายน 2564

โชต้าเพชรเม็ดใหม่ในแอนฟิลด์

12 ธ.ค. 2020
291

การซื้อนักเตะเข้าไปเสริมทัพแต่ละคนนั้นบางทีก็อยู่ที่ดวงสมพงษ์กันไม่น้อยเลยทีเดียว  แต่งานนี้คงไม่ใช่ทีมแมวมองของลิเวอร์พูลอย่างแน่นอน  เนื่องจากที่ผ่านมาจัดให้ไปแต่ละดอกสุดปังไม่ว่าจะเป็นซาดิโอ มาเน่  สตาร์ทีมชาติเซเนกัล หรือ โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์  เครื่องจักรสังหารทีมชาติอียิปต์  และรายล่าสุดก็เป็นดีโอโก้ โชต้า  ดาวยิงดีกรีทีมชาติโปรตุเกส ที่โชว์เพลงแข้งได้อย่างสุดสะแด่วซัดระเบิดเถิดเทิง

สำหรับค่าตัว 40 กว่าล้านปอนด์ของโชต้าที่ย้ายมาจากทีมร่วมพรีเมียร์ลีกอย่างวูล์ฟแฮมป์ตันกลายเป็นเรื่องเล็กไปในพริบตา  หลังจากโชต้าเข้าไปนั่งในกลางใจแฟนหงส์แดงได้ไม่ยากจากการพังประตูเป็นว่าเล่น  โดยเฉพาะการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรด้วยการเป็นดาวยิงรายแรกที่สามารถซัลโวทุกนัดจากการเล่นในแอนฟิลด์ 4 นัดแรก  จนทำให้เป็นที่น่าพึงพอใจนายใหญ่อย่างเจอร์เก้น คล็อปป์เป็นอย่างมาก

เดิมทีคิดว่าโชต้าคงนั่งม้านั่งสำรองจนตูดด้านเป็นแน่แท้  แต่หลังจากได้รับโอกาสลงสนามก็ปล่อยของด้วยการพังประตูตอบแทนค่าตัวทุกปอนด์เลยอย่างทันควัน  และหลังจากนั้นคล็อปป็ก็ให้ความไว้วางใจมากขึ้นจากการเลือกโชต้าลงเป็นตัวจริงมากขึ้นในช่วงหลัง

นับจนถึงตอนนี้โชต้าซัลโวให้ลิเวอร์พูลไปแล้ว 5 ลูกจากการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไป 5 นัด  และอีก 4 เม็ดจากการลงสนามไปในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกไปเพียง 2 เกมเท่านั้นเอง  รวมไปถึงเจ้าตัวยังพังประตูให้ทีมชาติโปรตุเกสไป 3 ตุงในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

เชื่อเหลือเกินว่าอนาคตการค้าแข้งในแอนฟิลด์ของโชต้านั้นคงสดใสอย่างแน่นอน  และจะรับโอกาสจากคล็อปป์ให้ลงสนามมากขึ้น  รวมทั้งยังมีลุ้นตำแหน่งตัวจริงในแนวรุกแทนที่โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ หัวหอกทีมชาติบราซิล ที่ช่วงหลังฟอร์มไม่ค่อยจะปังซักเท่าไหร่

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันที่เหลือในเดือนธันวาคมนี้ของลิเวอร์พูลก์ถือว่าเตะกันถี่ยิบไม่น้อยเลยทีเดียว  ทำให้คล็อปป์คงต้องอาศัยการโรเตชั่นทีมแก้ปัญหานักเตะเจ็บเพิ่มพร้อมเก็บความสดใหม่ของลูกทีมให้ได้มากที่สุด  และบางทีช่วงบ็อกซิ่งเดย์นี้อาจจะทำให้โชต้าได้โอกาสลงล่าตาข่ายอย่างเมามัน

ทางด้านผลงานในพรีเมียร์ลีกลิเวอร์พูลยังฟอร์มดีรั้งจ่าฝูงร่วมกับสเปอร์สเป็นรองลูกได้เสียไก่เดือยทองเท่านั้นเอง  ขณะที่ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกคว้าแชมป์กลุ่มไปแล้วแม้จะเหลือนัดส่งท้ายในคืนวันพุธที่ 9 ธันวาคมที่ต้องโยกสังเวียนแข้งจากไปเยือนมิดทิลแลนด์ไปเตะสนามกลางที่เมืองดอร์ทมุนด์ในเยอรมันแทนเพื่อความปลอดภัยจากโควิด โดยลิเวอร์พูลคงต้องลุ้นผลการจับสลากประกบคู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 14 ธันวาคมนี้